การเลือกคู่และการรับน้องใหม่ที่ดาวดึงส์

ทางมาแห่งการครองเรือนยังมีอีกหลายวิธี เช่น มีเทพธิดา ก. และเทพบุตร ข. ต่างก็มีวิมานของตน เมื่อไปเที่ยวชมสวนก็ดี ไปฟังธรรมที่ธรรมสภาก็ดี เมื่อเจอกันหากมีบุพเพสันนิวาสที่เคยอยู่ร่วมกันมา หรือร่วมบุญสร้างกันมา ก็จะรู้สึกชอบกัน

บทความ Articles > ตายแล้วไปไหน Life After Death > สวรรค์
[ 1 มิ.ย. 2554 ] - [ : 21903 ]
   Bookmark and Share  
Share Facebook   
ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร
 
การต้อนรับน้องใหม่และความเป็นอยู่ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
 
เทพบุตรสุดหล่อบนสวรรค์ชั้น 2 หรือดาวดึงส์
100 ปีมนุษย์ เป็น 1 คืนของเทวดาชั้นดาวดึงส์
 
อายุของชาวสวรรค์ชั้นนี้ มีปรากฏใน วิตถตสูตร1 ว่า
 
     “ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย 100 ปีมนุษย์ เป็นคืนหนึ่งของเทวดาชั้นดาวดึงส์ 30 ราตรี โดยราตรีนั้นเป็นเดือนหนึ่ง 12 เดือนโดยเดือนนั้นเป็นปีหนึ่ง พันปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นประมาณอายุของเทวดาชั้นดาวดึงส์”
 
     จากพระสูตรนี้ ทำให้เราทราบอายุของสวรรค์ชั้นนี้ว่า มีอายุ 1,000 ปีทิพย์ อายุของสวรรค์ชั้นนี้จะเป็นหนึ่งเท่าของสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ถ้านับเป็นอายุมนุษย์ก็เท่ากับ 36 ล้านปีในเมืองมนุษย์
 
การอุบัติและการบริโภคกามของชาวสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
 
     บุคคลเมื่อละโลกแล้ว มีกำลังบุญที่จะได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว เมื่ออุบัติจะเกิดแบบโอปปาติกะ คือ เกิดแล้วก็เป็นเทพบุตรสุดหล่อ เทพธิดาสุดสวยทันที มีวัยที่งดงาม เทพบุตรอายุประมาณ 18-20ปี เทพธิดาจะมีอายุประมาณ 16-18 ปี
 
     การบริโภคกามของเหล่าเทพบุตรและเทพธิดายังคงเป็นแบบมนุษย์ มีน้ำเป็นที่สุดเหมือนกัน แต่จะแตกต่างจากสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาตรงที่ไม่มีความพิสดารในการบริโภคกาม และไม่มีการตั้งครรภ์ ไม่มีการเกิดอย่างมนุษย์ ไม่มีการเกิดแบบชลาพุชะ อัณฑชะ สังเสทชะ มีการเกิดแบบเดียว คือ โอปปาติกะ
 
สังคมครองรักครองเรือนของชาวสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
 
     ชีวิตการครองเรือนของสังคมสวรรค์ เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อมนุษย์ละโลกไปบังเกิดเป็นเทพบุตร เทพธิดาบังเกิดขึ้นบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ไม่ว่าจะไปแบบหลับแล้วตื่นกลางวิมาน แบบนั่ง หรือนอนก็ตาม หรือแบบเห็นทางสว่าง หรือแบบมีเทวรถมารับก็ตาม เมื่อเกิดแล้วส่วนใหญ่ก็จะมีวิมานเกิดขึ้นเป็นของตน แต่บางพวกมีบุญพอเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แต่ไม่มีบุญที่จะมีวิมานเป็นของตน ก็จะต้องไปอาศัยวิมานของเทพองค์อื่น ถ้าไปเกิดบนแท่นบรรทม ก็จะเป็นภรรยา เป็นบาทบริจาริกา ของเทพองค์ที่ไปเกิด ถ้าเกิดข้างแท่นบรรทม จะเป็นพนักงานภูษามาลา ดูแลเครื่องประดับ เครื่องแต่งตัว ถ้าเกิดบริเวณวิมานก็เป็นบริวาร
 
จะเป็นคู่กันได้ต้องสั่งสมบุญร่วมกันมา
เทวดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จะเป็นภรรยาสามีได้เฉพาะ
กับพวกที่เกิดมาเพื่อปรารถนาจะเป็นภรรยาสามีกันมาก่อนเท่านั้น
 
     และผู้ที่จะเกิดมาเป็นบุตรได้ จะต้องสั่งสมบุญร่วมกันมา แล้วก็มีความปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกัน เมื่อละโลกก็จะมาเกิดแล้วนอนหนุนตัก ถ้าไปเกิดในวิมานของเทพธิดา เทพธิดานั้นก็จะเป็นมารดา แต่ถ้าเกิดในวิมานของเทพบุตร เทพบุตรนั้นก็จะเป็นบิดา พอลุกขึ้นแล้วก็ประคองอัญชลีมาทางเทพบุตรที่เป็นบิดา ถ้าเกิดพร้อมกัน 2 องค์ก็จะอยู่คนละข้าง ตักซ้ายและตักขวา เมื่อเกิดแล้วบิดาหรือมารดาก็จะจัดสรรวิมาน ที่เหมาะสมกับกำลังบุญของบุตร ในเขตวิมานของผู้เป็นบิดาหรือมารดา แล้วก็มอบหมายภารกิจให้ดูแล เช่น ดูแลบริวาร เป็นต้น และผู้เป็นบิดามารดาจะต้องไปแจ้งเกิดที่หัวหน้าเขตที่ปกครองบริเวณนั้น เหมือนเมือง มนุษย์ที่ต้องไปแจ้งเกิดที่อำเภอ
 
เทพบุตรและเทพธิดาพร้อมบริวารมากมาย
เทพบุตรเกิดแล้วมีเทพอัปสร 500 เป็นบริวาร
การจะมีความรักกับบริวารนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
 
     เรื่องความรักของเทพบุตรและเทพธิดา บางท่านคิดว่า เทพบุตรเกิดแล้วมีเทพอัปสร 500 เป็นบริวาร จะมีความรักกับบริวารนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะอารมณ์ที่จะคิดแบบภรรยาสามีจะไม่เกิดขึ้นกับบริวารที่เกิดด้วยบุญ แต่จะมีความคิดที่จะเป็นภรรยาสามีกับพวกที่เกิดมาเพื่อปรารถนาจะเป็นภรรยา ที่เกิดบนแท่นบรรทมเท่านั้น เมื่อเกิดเป็นภรรยาแล้ว ก็จะต้องไปแจ้งหัวหน้าเขตปกครองเช่นกัน
 
     ทางมาแห่งการครองเรือนยังมีอีกหลายวิธี เช่น มีเทพธิดา ก. และเทพบุตร ข. ต่างก็มีวิมานของตน เมื่อไปเที่ยวชมสวนก็ดี ไปฟังธรรมที่ธรรมสภาก็ดี เมื่อเจอกันหากมีบุพเพสันนิวาสที่เคยอยู่ร่วมกันมา หรือร่วมบุญสร้างกันมา ก็จะรู้สึกชอบกัน ก็จะทอดสายตาให้กัน ซึ่งดวงตาของเทวดา จะสวยคล้ายกลีบดอกบัว เมื่อจะลืมตาก็ลืม จะหรี่ตาก็หรี่ จะหลับตาก็หลับ แต่ก็ไม่กะพริบตาแบบมนุษย์ เมื่อสบตากัน ก็จะเกิดรัศมีสว่างไสว ว้อบแว้บ เหมือนเหลี่ยมเพชรต้องแสง เมื่อเกิดความพึงพอใจแล้ว ก็จะอยู่ร่วมกัน ปรารถนาจะต้องเกี่ยวข้องกับผู้ปกครองเขต
 
เทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้รับบุญจากที่ญาติอุทิศไปให้
เทพบุตรสุดหล่อกับวิมานหลังงามด้วยบุญที่ตนเคยกระทำและที่ญาติมิตรอุทิศส่วนบุญมาให้
 
     สมมุติว่า เมื่อออกจากธรรมสภา ก็นัดกันว่าจะไปอยู่วิมานเดียวกัน ก็นัดวันที่จะไปพบหัวหน้าเขต ทั้งคู่ก็จะพาบริวารไป ไม่ต้องมีเถ้าแก่ไปสู่ขอ ทางผู้ปกครองเขตก็จะเตรียมสถานที่ จะเป็นรัตนบัลลังก์มีอาสนะ ลอยๆ แล้วก็นั่งพร้อมกัน เป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกองค์จะมีรัศมีแพรวพราว มีความสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส ถ้าคู่เทพบุตรเทพธิดา มีบุญพอกัน รัตนบัลลังก์ก็จะเข้ามาเทียบ ทั้งคู่ก็จับมือซึ่งกันและกัน ทางเจ้าปกครอง ก็จะรดน้ำแต่งงาน แล้วก็ประกาศให้ผู้มาร่วมงานรับทราบว่าทั้งคู่เป็นภรรยาสามีกันโดยชอบธรรม เมื่อผ่านขั้นตอนต่างๆ แล้ว ผู้ปกครองเขตก็จะเชิญท่านวิษณุกรรมเทพบุตร ให้สร้างวิมานใหม่ โดยใช้บุญของทั้งสองรวมกัน แล้วก็อธิษฐานจิตนึกถึงบุญของทั้งสองมารวมกัน วิมานทั้งสองก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ใหญ่โตโอฬารเพิ่มขึ้นไปอีก
 
เทพบุตรและเทพธิดา
เทพบุตรสุดหล่อและเทพธิดาสุดสวยของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
 
     และก็กรณีเทพบุตร เทพธิดามีบิดามารดา กรณีฝ่ายหญิงไปขอเทพบุตร ก็จะเชิญเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ ไปสู่ขอ แล้วก็มีเครื่องบรรณาการมาพร้อมบริวาร เพื่อขอกับบิดาหรือมารดา สมมุติว่า ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว หากว่าฝ่ายหญิงมีบุญมากกว่า ฝ่ายหญิงก็จะต้องยื่นมือไปจับมือของฝ่ายชายไว้บนฝ่ามือ ให้มือผู้มีบุญ น้อยกว่าอยู่บน แล้วบิดาหรือมารดาของเทพบุตร หรือเทพธิดาก็จะรดน้ำด้วยคณโฑรัตนชาติ แล้วก็มีพานรองด้านล้าง กรณีที่ฝ่ายชายไปขอ ก็ทำในทำนองเดียวกัน ถ้าใครมีบุญมากกว่าก็จะเอามือไว้ด้านล่าง ถ้าชายมากกว่าก็จะอยู่ด้านล่าง เมื่อรดน้ำเสร็จ ก็จะมีงานเลี้ยงสังสวรรค์กันเหมือนเมืองมนุษย์
 
เครื่องประดับต่างๆ นาๆ ของเทพธิดาที่เกิดด้วยกำลังบุญ
เครื่องประดับอันอลังการของเทพธิดาสุดสวย
 
     มีคำถามว่า แล้วมีการนอกใจกันบ้างหรือไม่ คำตอบ คือ ไม่มี เพราะเทวดาจะมีเทวธรรม คือ หิริโอตตัปปะ สมมุติว่า เทพบุตรไปเที่ยวในสวน แล้วก็ชอบพอเทพธิดาองค์เดียวกัน ก็ขึ้นอยู่กับว่าเทพธิดานั้นจะเลือกใคร ถ้าเลือกแล้วเทพอีกองค์หนึ่งก็จะหลีกทางให้ จะไม่มีทะเลาะกัน เพราะถ้าทะเลาะก็จะจุติ เพราะถูกไฟโทสะเผารน กรณีที่เทพบุตรมีบาทบริจาริกาหลายคน หรือภรรยาหลายคน เพื่อบำรุงบำเรอเทพบุตร เทพบุตร ก็จะจัดสรรให้มีวิมานให้แต่ละองค์ เป็นวิมานหลายหลังอยู่ในวิมานของเทพบุตร แล้วก็จัดสรรหน้าที่ให้ เทพธิดาแต่ละองค์ การอยู่ร่วมกันฉันสามี ก็อยู่ร่วมกันเหมือนมนุษย์ แต่ไม่มีบุตรเกิดจากครรภ์
 
     กรณีที่เทพบุตร หรือเทพธิดาจะต้องจุติ คือ เมื่อมีจุตินิมิตเกิดขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็จะมีความอาลัยอาวรณ์ซึ่งกันและกัน แล้วก็พูดปลอบประโลม ทำนองที่ว่า ให้ได้กลับมาเป็นภรรยาสามีกันอีกนะ ทำบุญ แล้วอย่าลืมนึกถึงเราบ้างนะ ให้หมั่นสั่งสมบุญนะ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจุติแล้ว วิมานนั้นก็จะเล็กลงตามกำลังบุญของฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่ บางพวกวิมานก็หายไปเลย ไม่มีที่อยู่ ผู้ปกครองก็จะเข้ามาช่วยเหลือ ประกาศว่า เทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ท่านใด มีจิตเมตตาจะรับไปอยู่ด้วย เมื่อมีผู้รับไปอยู่แล้ว ท่านก็จะจัดวิมาน จัดบริวาร จัดหน้าที่ให้ทำ เป็นอันว่าสังคมการครองรักครองเรือนของชาวสวรรค์ ก็สิ้นสุดลงที่การจุติ คือการตาย จะเห็นว่า เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา เราไม่อาจหนีพ้นจากความจริงข้อนี้ไปได้เลย ดังนั้นก็ควรรักตนเองมากๆ หมั่นสั่งสมบุญ ฝึกฝนตนเองให้หมดกิเลสจะได้ไม่มีความอาลัย ความโศกเกิดขึ้นอีก
 
ธรรมเนียมต้อนรับสมาชิกใหม่ของชาวสวรรค์
 
      เมื่อเทพบุตรหรือเทพธิดาบังเกิดขึ้นแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิสันถาร มาแจ้งธรรมเนียมของชาวสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ให้ทราบ เจ้าหน้าที่นี้จะมีหลายระดับตามกำลังบุญ ถ้าเทพองค์ที่อุบัติขึ้นมีบุญมาก เทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ก็จะมาต้อนรับ ถ้าเทพที่อุบัติขึ้นมีบุญน้อย เทพผู้มีศักดิ์น้อยก็จะมาต้อนรับ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของชาวสวรรค์ และก็แจ้งเรื่องต่างๆ ให้ทราบ แล้วก็บอกที่ทำการเขต เรียกว่า เทวสภาประจำเขต มีลักษณะเหมือนสุธรรมเทวสภา แต่ย่อขนาดลงมา ซึ่งรูปร่างจะเหมือนกันหมด เพียงแต่ขนาดเล็กกว่า เขตใหญ่ก็จะมี 32 เขต และยังมีเขตย่อยอีก
 
     ภารกิจแรกที่จะต้องทำ คือ ไปไหว้พระจุฬามณีอันเป็นหลักชัยของชาวสวรรค์ก่อน หลังจากนั้นจึงจะไปรายงานตัวที่เทวสภาประจำเขต หรือสำนักเขตการปกครอง
 
ภารกิจแรกเมื่อไปถึงดาวดึงส์คือต้องไปสักการะพระมหาจุฬามณี
ภารกิจแรกคือต้องไปไหว้พระธาตุจุฬามณีซึ่งเป็นบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวสวรรค์ทุกชั้น
 
     สมมุติว่า เมื่อบังเกิดขึ้น จะแบบใดก็ตาม ถ้าบุญน้อยจะต้องมาที่พระธาตุจุฬามณีด้วยตนเอง ถ้ามีบุญมากเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าหน้าที่มาต้อนรับ และเทวดาที่อยู่วิมานใหญ่ก็จะมาต้อนรับ มาแนะนำแล้วก็พาไปไหว้พระธาตุจุฬามณี เวลามาก็จะนั่งเทวรถอันวิจิตรมาพร้อมบริวาร ถ้าบุญน้อยก็จะมาเอง และมีบริวารน้อย เพราะมาเกิดเป็นบริวารเขา นอกจากเจ้าของวิมานสงสาร จึงให้บริวารมาเป็นเพื่อน
 
     พระธาตุจุฬามณี เป็นบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวสวรรค์ทุกชั้น ซึ่งเกิดด้วยอานุภาพบุญของท้าวสักกเทวราชที่บำเพ็ญวัตตบท 7 โดยมีวิษณุกรรมเทพบุตรเป็นผู้อธิษฐานบุญที่เกิดจากวัตตบท 7 ของท้าวสักกเทวราชนั้น แล้วเนรมิตขึ้นมาเป็นพระจุฬามณี ซึ่งภายในประดิษฐาน พระเขี้ยวแก้ว และพระเมาลีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสระนิลุบลวัน พระธาตุจุฬามณีจะอยู่กลางสวน มีลักษณะเป็นรูปดอกบัวซ้อนกันเป็นชั้นๆ ยอดบนสุดจะมีดอกบัวตูมขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง 1 ดอกและดอกบัวตูมขนาดกลางรายรอบอีก 7 ดอก ซึ่งล้วนทำด้วยรัตนชาติสีเขียวมรกต แต่สวยกว่ามรกตมาก
 
พระจุฬามณี
พระจุฬามณีภายในประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว และพระเมาลีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
     ถ้ามองมุมด้านบนของพระธาตุจุฬามณี ชั้นนอกสุดรอบกำแพงแก้วจะเป็นที่จอดเทวรถ ต่อด้วยกำแพงแก้วล้อมรอบ 7 ชั้น สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนออกจากกำแพงแก้วจะมีซุ้มใหญ่ 4 ซุ้ม อยู่ทั้ง 4 ทิศ ถัดมา จะเป็นวงแหวนสำหรับเวียนประทักษิณ ถัดจากวงแหวนเวียนประทักษิณก็จะมีกำแพงแก้วอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งก็จะมีซุ้มทางเข้า และกำแพงแก้วอีก 7 ชั้นก่อนที่จะถึงตัวเจดีย์ พระจุฬามณีซึ่งเป็นศูนย์กลาง
 
     เมื่อจอดเทวรถเสร็จก็จะเดินมาถึงหน้าซุ้มแรก ก่อนที่จะเข้าลานประทักษิณ ก็จะมีเจ้าหน้าที่อยู่ที่ซุ้มจะแนะนำวิธีการเข้าสู่ลานทองของพระธาตุจุฬามณี ซึ่งพื้นจะเป็นทองคำ สวยสุกสกาวมาก แนะนำให้สมาชิกที่มาบูชาพระเจดีย์ ถอดรองเท้าก่อน พอนึกว่าจะถอดรองเท้า รองเท้าก็จะหายแวบไปเลย สมาชิกใหม่ก็จะเข้าไปพร้อมบริวาร พร้อมด้วยดอกไม้ของหอมอันเป็นทิพย์ที่นำมาจากสวน ก็จะมีเหล่าเทพมากมายที่มาบูชา มีทั้งเก่าและใหม่ มาจากหลายเขตมารวมกัน แล้วก็เวียนประทักษิณโดยประนมมือมีดอกไม้ของหอมอยู่ในมือ พอเวียนถึงซุ้มใดซุ้มหนึ่งในทิศทั้ง 4 ก็จะวางดอกไม้ของหอมไว้บนแท่นซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดระเบียบ แล้วก็หันหน้าไปทางซุ้ม กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ อย่างที่เรากราบพระ ทำถึง 3 รอบ เมื่อเสร็จแล้วจึงออกจากลานทองของมหาจุฬามณี
 
     จากนั้นก็จะเดินทางไปยังสำนักเขตการปกครอง โดยจะนั่งเทวรถแล่นไปบนถนนจะเป็นทองใสสวยงาม สองข้างทางจะเต็มไปด้วยดอกไม้ ต้นไม้ที่สวยสดงดงาม จนไปถึงที่ทำการเขต ที่ทำการเขตมีลักษณะคล้ายสุธรรมเทวสภาแต่ย่อขนาดลงมา มีลักษณะของสุธรรมเทวสภาย่อส่วน คือ จะมีลักษณะสูงขึ้นไปเหมือนภูเขา ไม่ได้แบนราบติดกับพื้น มีทั้งหมด 3 ขั้น ขั้นแรกจะเป็นกำแพงแก้วซ้อนกัน 7 ชั้น ที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งกำแพงระหว่างชั้นต่อชั้นจะห่างกันเป็นโยชน์ ระหว่างกำแพงแก้วก็จะ มีสวน มีสระ มีไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ มีศาลาที่พัก ซึ่งจะประณีตขึ้นไปเรื่อยๆ
 
     ขั้นที่ 2 มี 3 ชั้น เป็นรูปดอกบัวบานซ้อนกัน 3 ชั้น แต่ละชั้นจะห่างกันมากกว่ากำแพงแก้วต่อกำแพงแก้ว แล้วจึงจะไปถึงขั้นที่ 3 เป็นที่ทำการศาลาใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนสุธรรมาเทวสภาดังกล่าว มีเทวสภาอย่างนี้ทั้งหมด 32 เขตใหญ่ตามจำนวนพระสหายของท้าวสักกเทวราช
 
     ขั้นที่ 2 นี้จะเป็นที่ทำการของเจ้าหน้าที่เขต ถ้ามีบุญน้อย เช่น พวกบริวารที่อาศัยวิมานเขาเกิดจะอยู่ชั้นที่ 1 ของขั้นที่ 2 ถ้ามีบุญมากขึ้นไปอีกในระดับเกิดเป็นบุตร เป็นภรรยา ก็จะอยู่ชั้น 2 ถ้าเป็นเจ้าของวิมาน มีทั้งเจ้าของวิมานเล็ก วิมานปานกลาง และวิมานใหญ่ เป็นผู้มีบุญมาก จะอยู่ชั้นบนสุด คือ ขั้นที่ 3
 
เทพบุตรในวิมานของตน
เทพบุตรใหม่เจ้าของวิมานนั่งบนบังลังก์กลางวิมานที่เกิดขึ้นด้วยผลบุญของตน
 
     การรายงานตัว สมมุติว่า เทพบุตรที่เป็นเจ้าของวิมานใหม่มารายงานตัว ก็จะขึ้นไปขั้นบนสุด และเข้าไปในเทวสภา จะมีดนตรีบรรเลงต้อนรับตลอดเส้นทางขึ้น ไปจนถึงทางเข้า เมื่อเข้าไปข้างในก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ แนะนำกิจที่จะต้องทำบนสวรรค์ แนะนำเรื่องการทำความเคารพ การพบหัวหน้าเขต เมื่อหัวหน้าเขตมาก็จะมีดนตรีบรรเลงสรรเสริญหัวหน้าเขตที่ได้ประกอบกุศล ต่างๆ เหล่าเทพทั้งหลายที่ รอรายงาน ก็จะทำความเคารพหัวหน้าเขต เจ้าหน้าที่ก็จะเปิดบัญชีลานทองรายงานความเป็นมาของเทพบุตร การสั่งสมบุญเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ตลอดจนทิพยสมบัติทั้งหลายที่บังเกิดขึ้น รวมทั้งเขตที่ตั้งของวิมาน สมาชิกใหม่ที่ได้ฟังการรายงานก็จะปลื้มปีติในผลแห่งบุญ รัศมีก็จะสว่างไสววูบวาบ เป็นประกาย จากนั้นหัวหน้าเขตก็จะกล่าวชื่นชม สรรเสริญเรียบร้อยแล้ว เป็นอันเสร็จพิธี หัวหน้าเขตก็เดินทางกลับ
 
     กรณีที่เป็นผู้มีบุญมากมาบังเกิดขึ้น บุญมากระดับที่พระอินทร์เรียกว่า พระสหาย พระอินทร์ ก็จะมาเป็นประธานในการต้อนรับด้วยพระองค์เอง พร้อมกับเหล่าเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่อีก 32 องค์ โดยใช้ สุธรรมาเทวสภา เป็นสถานที่ต้อนรับ
 
     กรณีศึกษาเรื่องพิธีการต้อนรับสมาชิกใหม่ของชาวสวรรค์นี้ นำมาแสดงเพื่อชี้ให้เห็นว่าบนสวรรค์ นั้นเป็นดินแดนแห่งการเสวยบุญอย่างแท้จริง ใครที่มีบุญมาก สั่งสมกุศลไว้มากเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ย่อมรุ่งเรืองด้วยยศ บริวาร อธิปไตย และทิพยสมบัติ และย่อมได้รับการต้อนรับจากเหล่าทวยเทพอย่างสมเกียรติ สมกับบุญที่ตนได้ทำไว้ในอดีต
 
     ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี้ยังมีรายละเอียดที่น่าศึกษาอีกมาก มิได้มุ่งเน้นให้ศึกษาลักษณะทางกายภาพ ของสวรรค์อย่างละเอียดลออ แต่จะขอนำเสนอเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องพอให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของ สวรรค์ชั้นนี้เท่านั้น โปรดติดตามตอนต่อไป.......
 
1 วิตถตสูตร, อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต, มก. เล่ม 37 ข้อที่ 132 หน้า 505.
 
บทความที่เกี่ยวข้องกับการเลือกคู่และการรับน้องใหม่ที่ดาวดึงส์
 
 
 

     
Tag : เทวรถ  เทวดา  สวรรค์  ผลบุญ  บุญ  บริวาร  ตายแล้วไปไหน  ตะวัน  

พิมพ์บทความนี้


<< ก่อนหน้า
ความงดงามของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทวดาทำสิ่งใดในวันพระ
ถัดไป >>

   

Bookmark and Share   



วันทอดกฐิน วัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตรพระ 1 ล้านรูป